Blog
Distillerie Combier: จากห้องหลังร้านสู่มรดกที่ยังมีชีวิต

ก่อน Combier จะเป็นโรงกลั่น ทุกอย่างเริ่มจากคำถามเชิงปฏิบัติในห้องหลังร้านขนมว่า จะนำความสดใสของกลิ่นส้มเข้าไปอยู่ในช็อกโกแลตและขนมหวานได้อย่างไร
ในปี 1834 ที่เมืองโซมูร์ Jean-Baptiste Combier และภรรยาเปิดร้านขนม Combier-Destre ด้านหลังร้านมีหม้อต้มกลั่นขนาดเล็กหนึ่งชุด คำตอบที่พวกเขาสร้างขึ้นในพื้นที่นั้น ในที่สุดก็เติบโตเกินกว่าห้องเล็ก ๆ จะรองรับได้
หม้อต้มกลั่นหลังร้านขนม
ทางผู้ผลิตระบุว่า L’Original Combier ถือกำเนิดในปี 1834 และเป็นทริปเปิลเซคชนิดแรก ลิเคียวร์ส้มใสนี้ทำขึ้นด้วยหม้อต้มกลั่นหลังร้านขนม เดิมทีมีจุดประสงค์ใกล้ชิดกับงานที่ทำอยู่หน้าเคาน์เตอร์ นั่นคือใช้เป็นไส้ของขนมและช็อกโกแลต
รายละเอียดนี้ทำให้จุดเริ่มต้นของเรื่องเปลี่ยนไป Combier ไม่ได้เริ่มจากโรงกลั่นขนาดใหญ่แล้วค่อยคิดค้นสินค้าเพื่อรองรับสถานที่ แต่สินค้าเกิดขึ้นก่อนจากความต้องการของคนทำขนม แล้วโรงกลั่นจึงตามมา
กระบวนการในปัจจุบันยังทำให้เห็นว่าเปลือกส้มคืองานฝีมือ Combier อธิบายว่าเปลือกส้มหวานและส้มขมถูกเตรียมด้วยมือก่อนนำไปกลั่น โดยไม่เติมสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ ความต่อเนื่องจึงไม่ได้หมายความว่าวัตถุทุกชิ้นไม่เคยเปลี่ยน แต่หมายถึงวัตถุดิบยังต้องผ่านมือของผู้มีทักษะ

เมื่อสูตรหนึ่งต้องการบ้านของตัวเอง
ในปี 1848 งานกลั่นย้ายเข้าสู่โรงกลั่นที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะข้างโรงเรียนทหารม้าแห่งโซมูร์ เครื่องมือที่เคยอยู่หลังร้านได้กลายเป็นศูนย์กลางของกิจการ
James Combier เข้าร่วมงานกับบิดาในปี 1866 บันทึกของผู้ผลิตระบุว่าเขาขยายธุรกิจทั้งในฝรั่งเศสและต่างประเทศ เสริมเครือข่ายจัดหาวัตถุดิบและการกระจายสินค้า และต่อมาในปี 1879 ได้เป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของโซมูร์ที่มาจากการเลือกตั้ง
ด้วยเหตุนี้ เรื่องของ Combier จึงไม่อาจย่อให้เหลือเพียง “สูตรลับ” โรงกลั่นเติบโตจากความเชื่อมโยงระหว่างงานฝีมือ การค้า และชีวิตของเมือง สิ่งที่เริ่มต้นหลังเคาน์เตอร์ร้านขนมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของโซมูร์

บทในเรือนจำที่ถูกเล่าสองแบบ
ในปี 1852 แนวคิดสาธารณรัฐของ Jean-Baptiste Combier ทำให้เรื่องราวเปลี่ยนทิศอีกครั้ง เขาถูกคุมขังภายใต้ระบอบ Napoleon III และชื่อของ François-Vincent Raspail แพทย์ นักเคมี นักพฤกษศาสตร์ และฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของระบอบ ก็เข้ามาอยู่ในประวัติศาสตร์ของ Combier
ประวัติฉบับปัจจุบันของโรงกลั่นระบุว่าทั้งสองพบกันในช่วงที่ Combier ถูกคุมขัง และสูตร Élixir Combier ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงนั้น แต่เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับปัจจุบันให้รายละเอียดต่างออกไป โดยระบุว่า Jean-Baptiste ศึกษาสูตรในปฏิทินการแพทย์ของ Raspail นำมาปรับเป็นสูตรของตนเอง และภายหลังได้รับคำรับรองจาก Raspail เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารทางการทั้งสองชิ้นไม่ได้อธิบายรูปแบบการติดต่อเหมือนกัน สิ่งที่ยืนยันร่วมกันได้คือปี 1852 การถูกคุมขังด้วยเหตุทางการเมือง อิทธิพลของ Raspail และการพัฒนาสูตรประวัติศาสตร์อีกชนิดหนึ่งจากเครื่องเทศและพืชพรรณ ช่องว่างระหว่างหลักฐานจึงไม่ควรถูกเติมด้วยบทสนทนาที่แต่งขึ้น


COMBIER Original และ COMBIER Elixir จึงเป็นจุดเริ่มต้นสองแบบภายในโรงกลั่นเดียวกัน ชนิดแรกเริ่มจากเปลือกส้มในร้านขนม ส่วนอีกชนิดเกิดจากช่วงหยุดชะงักทางการเมืองและสูตรพฤกษศาสตร์ที่มีการตีพิมพ์

ห้องที่สร้างขึ้นเพื่อให้ยังทำงานต่อ
ปัจจุบันห้องกลั่นของ Combier มีหม้อต้มกลั่นประวัติศาสตร์สิบชุด ตั้งอยู่ภายในโครงสร้างเหล็กที่โรงกลั่นระบุว่าออกแบบโดยทีมวิศวกรของ Gustave Eiffel
ความแตกต่างนี้สำคัญ การอ้างอิงถึงทีมวิศวกรเป็นเรื่องของโครงสร้าง ไม่ควรถูกทำให้ง่ายลงเป็นคำกล่าวว่า Eiffel สร้างหม้อต้มกลั่นทุกชุดด้วยตนเอง คุณค่าของห้องนี้อยู่ที่อุปกรณ์ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ไม่ใช่การย่อประวัติศาสตร์ทั้งหมดให้เหลือเพียงชื่อที่มีชื่อเสียงชื่อเดียว
มรดกในที่นี้จึงเป็นเรื่องเชิงปฏิบัติ ทองแดงต้องได้รับการดูแล เปลือกส้มต้องถูกเตรียม และห้องกลั่นจะอยู่ต่อได้ก็ต่อเมื่อความรู้ที่ใช้ควบคุมมันยังอยู่ต่อเช่นกัน
มรดกต้องเคลื่อนไปข้างหน้า
ราวปี 2000 Franck Choisne เข้ารับช่วงโรงกลั่นและนำเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่ ในปี 2016 ประวัติศาสตร์และความเชี่ยวชาญของ Combier ได้รับการรับรองด้วยตรา Entreprise du Patrimoine Vivant ของฝรั่งเศส
รายการผลิตภัณฑ์ Combier ของ BG ในปัจจุบันช่วยให้เห็นว่า “มรดก” ไม่ได้หมายความว่าทุกขวดมีที่มาจากปี 1834 นอกจาก COMBIER Original และ COMBIER Elixir ยังมี MERIDOR London Dry Gin, PURE FOLIE Gin, PURE FOLIE Liqueur, L’ENTETE Absinthe Traditional และ MARIE ANTOINETTE Vodka
สองชนิดแรกคือสมอทางประวัติศาสตร์ ส่วนสุราที่เกิดขึ้นภายหลังแสดงให้เห็นว่าโรงกลั่นที่ยังทำงานอยู่ยังคงตัดสินใจในปัจจุบัน นี่คือความต่อเนื่องที่ยากกว่า ไม่ใช่การเก็บทุกช่วงเวลาไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่คือการรู้ว่าวิธีการ วัตถุดิบ และมาตรฐานใดต้องยังคงมีชีวิตอยู่
ห้องหลังร้านมีความหมาย เพราะมันไม่ได้หยุดอยู่แค่ห้องหลังร้าน
หมายเหตุแหล่งข้อมูล: วันที่และข้อเท็จจริงด้านการผลิตตรวจสอบจาก ประวัติฉบับปัจจุบันของ Distillerie Combier ข้อมูลการเยี่ยมชม และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับปัจจุบันของ L’Original และ Élixir หากเอกสารทางการให้ข้อมูลต่างกัน บทความจะคงความแตกต่างนั้นไว้แทนการสรุปเงียบ ๆ
บทความนี้นำเสนอประวัติ แนวคิดด้านการผลิต และบริบททางวัฒนธรรมของ Distillerie Combier เพื่อการศึกษาเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณา หรือส่งเสริมการซื้อหรือการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บทความนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป
