Bacchus
LINE
CHATEAU LA GROLET Tete de Cuvee 2020 bottle illustration

ภาพวาดขวดต้นฉบับ — Bacchus Global

Bordeaux Right Bank · AOC Côtes de Bourg

CHÂTEAU LA GROLETTête de Cuvée

ไวน์รุ่นเข้มข้นที่สุดของ Château La Grolet เกิดจากการพบกันของสองตระกูลผู้ทำไวน์คนละฝั่งแม่น้ำฌีรงด์ คัดสรรจากแปลงองุ่นและถังไม้โอ๊กที่ดีที่สุดของแต่ละปีเท่านั้น

ประเภทไวน์
ไวน์แดง เต็มตัว (Full-bodied)
พันธุ์องุ่น
เมอร์โล 85% คาเบอร์เนต์ โซวีญง 10% มาลเบ็ค 5%
แหล่งกำเนิด
AOC โกต เดอ บูร์ก
พื้นที่ผลิต
แซ็ง-ซีแยร์-เดอ-กาแนส ฝั่งขวาแม่น้ำฌีรงด์ ประเทศฝรั่งเศส
ช่วงดื่มที่เหมาะสม
2026–2032 (โดยประมาณ)
อุณหภูมิที่แนะนำ
16–18°C
ปริมาณแอลกอฮอล์
ประมาณ 14.4–14.5%
ขนาดบรรจุ
750 มล.

เกี่ยวกับไวน์นี้

Château La Grolet เป็นชาโตครอบครัวในเขต Côtes de Bourg ฝั่งขวาของแม่น้ำฌีรงด์ Jean-Luc และ Catherine Hubert เข้าซื้อกิจการในปี 1997 และเริ่มเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบไบโอไดนามิก จนได้รับการรับรอง Demeter ตั้งแต่วินเทจ 2000 ครอบครัวของ Catherine ปลูกองุ่นที่ Château Peybonhomme-les-Tours มาตั้งแต่ปี 1890

Tête de Cuvée คือไวน์รุ่นสูงสุดของชาโต ผลิตจากแปลงองุ่นที่มีอายุมากที่สุดและถังไม้โอ๊กที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ใช้สัดส่วนเมอร์โลสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน และบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสรวมถึงถังใหม่ ทำให้ได้เนื้อไวน์ที่หนาแน่นและนุ่มนวลยิ่งขึ้น

คัดสรรแปลงองุ่นและถังไม้โอ๊กที่ดีที่สุดของแต่ละปี ผลิตปีละ 6,600 ขวดใช้เมอร์โลสูงถึง 85% ซึ่งมากกว่าสัดส่วนในไวน์รุ่นมาตรฐานของชาโตได้รับการรับรองออร์แกนิกและไบโอไดนามิก (Demeter) ไวน์นี้เหมาะกับวีแกนเพราะไม่ผ่านกระบวนการปรับใสใดๆ เลย ไปไกลกว่าการหลีกเลี่ยงสารจากสัตว์เพียงอย่างเดียวหมักด้วยยีสต์ธรรมชาติในถังคอนกรีต แล้วบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสอย่างน้อย 1 ปีไม่ผ่านการปรับใสหรือกรอง และบรรจุขวดตามปฏิทินไบโอไดนามิกในวัน 'fruit day'

โปรไฟล์รสชาติ

เมื่ออยู่ในแก้ว

กลิ่นหอมของแบล็กเบอร์รี่และคาสสิสสุกงอมคล้ายแยมเชอร์รี่ดำ ผสานกับกลิ่นโทสต์จากไม้โอ๊ก ช็อกโกแลต โกโก้ ยูคาลิปตัสและมินต์ พร้อมกลิ่นยาสูบชั้นดีที่ปรากฏขึ้นเมื่อไวน์มีอายุมากขึ้น

โครงสร้างแน่นและเนื้อไวน์หนา มีกรดและแทนนินที่แข็งแรงรองรับ ให้สัมผัสนุ่มลื่นดุจกำมะหยี่และรสสัมผัสยาวนาน

สีแดงม่วงเข้มขลับ

ก่อนรินลงแก้ว

01

อุณหภูมิ

อุณหภูมิที่แนะนำคือ 16–18°C เริ่มเสิร์ฟจากช่วงอุณหภูมิต่ำก่อนแล้วปล่อยให้ค่อยๆ อุ่นขึ้นในแก้ว

02

ช่วงดื่ม

ช่วงเวลาดื่มโดยประมาณอยู่ที่ปี 2026–2032 โดยคาดว่าไวน์จะแสดงศักยภาพได้ดีเป็นพิเศษในช่วงปี 2027–2030 ตามลักษณะเฉพาะของไวน์นี้

03

แก้ว

แก้วทรงโบว์ลใหญ่สไตล์บอร์โดซ์ เหมาะกับไวน์แดงเนื้อเต็ม

บนโต๊ะอาหาร

ด้วยเนื้อไวน์ที่หนาแน่นและโครงสร้างกรด-แทนนินที่แข็งแรง ไวน์ชนิดนี้เข้ากันดีกับอาหารที่มีรสอูมามิและความมันเข้มข้น

แทนที่จะมองหาคู่ที่ลงตัวที่สุดเพียงหนึ่งเดียว โครงสร้างของไวน์ช่วยชี้แนวทางว่าควรจับคู่กับอาหารแบบใดในแต่ละวัฒนธรรมการกิน

อาหารญี่ปุ่น

  • สเต็กเนื้อวากิวส่วนอกามิ (เนื้อแดงไม่มันมาก)
  • สุกี้ยากี้รสหวานเค็มอ่อนๆ
  • เนื้อตุ๋นซีอิ๊วแบบชิงุเระนิ

เหตุผลที่เข้ากันรสอูมามิจากซอสถั่วเหลืองและความมันตามธรรมชาติของเนื้อแดง ช่วยรับกับเนื้อไวน์ที่หนาแน่นและแทนนินที่แข็งแรงได้อย่างสมดุล

อาหารไทย

  • แกงมัสมั่นเนื้อ รสอ่อน
  • หมูย่างเตาถ่านสไตล์อีสาน
  • เมนูเนื้อซอสเข้มข้นสีเข้ม

เหตุผลที่เข้ากันอาหารรสกลมกล่อมและซอสเข้มข้นช่วยเสริมผลไม้สุกและโครงสร้างของไวน์ ส่วนเมนูที่มีพริกหรือมะนาวจัดควรเลี่ยง เพราะอาจขัดกับแทนนิน

อาหารตะวันตก

  • แกะย่างสันนอก
  • เอนเทรกอตสไตล์บอร์โดซ์ ซอสมาร์ชองต์เดอแว็ง
  • นกพิราบอบเสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิลหรือเห็ด

เหตุผลที่เข้ากันเนื้อแดงย่างและกลิ่นทรัฟเฟิลหรือเห็ดสอดคล้องกับความลึกจากไม้โอ๊กและโครงสร้างแทนนินของไวน์

คู่มือการจับคู่ — ไวน์

จากห้องบ่มสู่ขวด

กรรมวิธีการผลิต

หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติที่มีอยู่ในไร่องุ่นเองในถังคอนกรีต ตามด้วยการแช่หมากหลังหมัก 2 สัปดาห์ และเคลื่อนย้ายด้วยแรงโน้มถ่วงอย่างนุ่มนวลโดยไม่ใช้ปั๊ม จากนั้นบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสรวมถึงถังใหม่อย่างน้อย 1 ปี คัดเลือกเฉพาะถังที่ดีที่สุดมาผสมและบรรจุขวดในวัน 'fruit day' ตามปฏิทินไบโอไดนามิก

ข้อมูลสินค้า

ใช้องุ่นจากแปลงเก่าแก่ที่สุดของชาโต (อายุเถาองุ่นเฉลี่ยของทั้งไร่อยู่ที่ 50–55 ปี) และแปลงที่ให้คุณภาพดีที่สุด ไม่ผ่านการปรับใสหรือกรอง ผลิตปีละ 6,600 ขวด บรรจุในขวดทรงบอร์โดซ์ขนาด 750 มล.

แหล่งกำเนิด

เขตปลูกองุ่นAOC โกต เดอ บูร์ก
ที่ตั้งแซ็ง-ซีแยร์-เดอ-กาแนส ฝั่งขวาแม่น้ำฌีรงด์ ตรงข้ามกับมาร์โกซ์
ดินชั้นดินเหนียวปนตะกอนทรายเป็นฐาน ปกคลุมด้วยกรวด ดินเหนียว และโคลน
เถาองุ่นอายุเถาองุ่นเฉลี่ยทั้งไร่อยู่ที่ 50–55 ปี ควบคุมผลผลิตไว้ที่ราว 25 เฮกโตลิตรต่อเฮกตาร์ โดย Tête de Cuvée คัดสรรจากแปลงที่มีอายุเถาองุ่นสูงที่สุดในช่วงนี้

ชาโตแห่งนี้อยู่ในความดูแลของตระกูล Hubert มาตั้งแต่ปี 1997 เมื่อ Jean-Luc และ Catherine Hubert เข้าซื้อกิจการและเริ่มเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบออร์แกนิกและไบโอไดนามิก จนได้รับการรับรอง Demeter ตั้งแต่ปีผลิต 2000 พื้นที่รอบไร่มีทางเดินนิเวศที่เป็นทุ่งหญ้า ป่าไม้ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่ไม่ทำการเกษตร ช่วยรักษาสัตว์ป่าและควบคุมศัตรูพืชตามธรรมชาติ

เว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต

การรับรองมาตรฐาน

EU Organic logo

Certified Organic

Demeter Biodynamic logo

Biodynamic · Demeter

ออร์แกนิก ไบโอไดนามิก และแนวทางวีแกน

ไร่องุ่นทำเกษตรแบบออร์แกนิกและไบโอไดนามิก ได้รับการรับรอง Demeter ตั้งแต่ปีผลิต 2000 ส่วนกระบวนการผลิตไม่ใช้การปรับใสด้วยไข่ขาวหรือสารจากสัตว์ใดๆ จึงเป็นไวน์ที่เข้าเกณฑ์วีแกน

ข้อมูลสำหรับคู่ค้า

ติดต่อ Bacchus Global เพื่อขอเอกสารสินค้า ข้อมูลการจัดจำหน่าย และรายละเอียดสำหรับคู่ค้า

ติดต่อเรื่องการค้า

Age Verification

This website contains information about alcoholic beverages and is intended for audiences aged 20 and above. Please confirm your age to continue.