
คณะกรรมการฝรั่งเศสเลือก เหล้าบ๊วยสีชมพูอ่อน ── “壱” (ICHI) จาก “Umeyoshi” เกษตรกรผู้ปลูกบ๊วยแห่งวากายามะ กับเวที Kura Master
ในปี 2026 ณ ประเทศฝรั่งเศส มีการจัดงานประกวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่นทั้งสาเก โชจู และลิเคียวร์ ภายใต้ชื่อ “Kura Master” ในหมวดหมู่เหล้าบ๊วย มีผลิตภัณฑ์หนึ่งที่สามารถคว้ารางวัล Jury Award มาครองได้สำเร็จ นั่นคือ “壱” (ICHI) เหล้าบ๊วยสีชมพูอ่อนที่มีอาวาโมริ (Awamori) เป็นเบส ผลิตโดยบริษัท คิชู ฮอนโจ อุเมะโยชิ จำกัด (Kishu Honjo Umeyoshi Co., Ltd.) ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกบ๊วยในเมืองมินาเบะ จังหวัดวากายามะ
ปลายลิ้นชาวฝรั่งเศสเลือกสรรผ่านการชิมแบบ Blind Tasting
Kura Master คือเวทีการประกวดสุราญี่ปุ่นที่ตัดสินโดยคณะกรรมการชาวฝรั่งเศส โดยผู้ทำหน้าที่ประเมินคือเหล่าเชฟผู้ครองตำแหน่ง MOF (Meilleur Ouvrier de France หรือช่างฝีมือยอดเยี่ยมแห่งฝรั่งเศส) รวมถึงซอมเมอลิเยร์และบาร์เทนเดอร์จากโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำ การประเมินจะใช้รูปแบบปิดบังชื่อแบรนด์ (Blind Tasting) เพื่อให้คะแนนจากรสชาติและคุณภาพอย่างแท้จริง
ในงานประกวดปี 2026 “壱” ได้รับรางวัล Jury Award ในหมวดเหล้าบ๊วย ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของแต่ละหมวดหมู่ รางวัลนี้แตกต่างจากใบรับรองทั่วไปที่เพียงส่งเข้าประกวดก็ได้รับ เพราะนี่คือผลลัพธ์จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสที่ไม่ได้พึ่งพาข้อมูลหรือชื่อเสียงของแบรนด์แต่อย่างใด นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเหล้าบ๊วยจากเกษตรกรรายเล็กๆ ในวากายามะ สามารถชนะใจและได้รับการยอมรับอย่างสูงจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารข้ามทวีป
รังสรรค์โดยเกษตรกรผู้ปลูกบ๊วย ไม่ใช่โรงกลั่นสุรา
Kishu Honjo Umeyoshi ผู้ผลิต “壱” ไม่ใช่โรงกลั่นสุรา แต่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกบ๊วยที่สืบทอดกิจการครอบครัวในเมืองมินาเบะมาอย่างยาวนานร่วม 100 ปี พวกเขาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในปี 1986 และต่อมาในปี 2009 ก็ได้กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตผลิตลิเคียวร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับเหล้าบ๊วยของเมืองมินาเบะ
สิ่งที่น่าจับตามองคือ บริษัทดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวเองอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การดอง ไปจนถึงการบรรจุขวด ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับแนวคิด “Domaine” (ผู้ผลิตที่ปลูกองุ่นเองและบ่มไวน์เอง) ในโลกของไวน์ พวกเขาไม่ได้รับซื้อผลบ๊วยจากแหล่งอื่น แต่เลือกใช้เฉพาะบ๊วยที่ปลูกเองจากสวนของตนมาทำเหล้าบ๊วย ความสม่ำเสมอในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำนี้เองที่เป็นแก่นแท้แห่งรสชาติ
การพานพบระหว่างอาวาโมริและบ๊วยคิชู
เบสของ “壱” คือ ริวกิวอาวาโมริ (Ryukyu Awamori) จากโอกินาวา ซึ่งเป็นสุรากลั่นที่ได้จากข้าวและโคจิดำ จากนั้นนำบ๊วยสายพันธุ์นังโค (Nanko Ume) จากคิชูที่สุกคาต้นจนเป็นสีเหลืองมาดองในวันเดียวกับที่เก็บเกี่ยว ความหวานที่ได้มาจากน้ำตาลกรวดเพียงอย่างเดียว โดยปราศจากการเติมสารปรับกรด สารแต่งกลิ่น และสีผสมอาหาร ถือเป็นเหล้าบ๊วยขนานแท้ที่ปราศจากสารปรุงแต่งใดๆ
โอกินาวาและวากายามะ แม้จะเป็นสองดินแดนที่อยู่ห่างไกลกันทางภูมิศาสตร์ แต่ก็ได้มาบรรจบกันภายในขวดใบนี้ การที่อาวาโมริเป็นสุราที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมโคจิ ยิ่งชวนให้สัมผัสได้ถึงสายใยแห่งความผูกพันอย่างเงียบงาม เหล้าบ๊วยขวดนี้มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 13% โดยกลิ่นอายเฉพาะตัวของอาวาโมริจะไม่โดดเด่นจนเกินไป แต่จะเปิดทางให้ความเปรี้ยวและรสอูมามิจากบ๊วยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของรสชาติ
เหตุใดจึงมีสีชมพู
สีชมพูอ่อนของ “壱” ไม่ได้เกิดจากสีผสมอาหาร แต่เป็นสีธรรมชาติที่ได้จากบ๊วยสองชนิด ชนิดแรกคือ สึยุอากาเนะ (Tsuyu Akane) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างบ๊วยและพลัม ทำให้ทั้งเปลือกและเนื้อมีสีแดง อีกชนิดคือ ซุโมโมะอุเมะ (Sumomo Ume) ที่มีสีอมแดง รงควัตถุตามธรรมชาติของบ๊วยทั้งสองชนิดนี้คือที่มาของสีชมพูอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ ระบบการเพาะปลูกบ๊วยในพื้นที่ซึ่งรวมถึงเมืองมินาเบะนั้น ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นระบบมรดกทางการเกษตรโลก (GIAHS) ในปี 2015 อีกด้วย โครงสร้างทางการเกษตรที่รักษาป่าสำหรับทำฟืนและถ่านควบคู่ไปกับสวนบ๊วย โดยอาศัยผึ้งช่วยในการผสมเกสร ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 400 ปี และบ๊วยที่เติบโตบนผืนดินแห่งนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของ “壱”
ชายผู้ “ชอบความเป็นที่หนึ่ง”
ชื่อแบรนด์ “壱” (หมายถึงหนึ่ง) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ตั้งขึ้นเพื่อสะท้อนถึงตัวตนของ ยามานิชิ คาซุโยชิ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งเล่าขานกันว่าเขาเป็นคนที่ “ชอบความเป็นที่หนึ่งในทุกๆ เรื่อง” ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทจึงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเป็น “รายแรก” ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตลิเคียวร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับเหล้าบ๊วย
ความมุ่งมั่นใน “ความเป็นที่หนึ่ง” นั้น ได้รับการตอบแทนอย่างงดงามในอีกราว 100 ปีต่อมานับตั้งแต่ก่อตั้งกิจการ ผ่านรางวัลเกียรติยศสูงสุดในหมวดเหล้าบ๊วยที่ตัดสินโดยคณะกรรมการชาวฝรั่งเศส เรื่องราวเบื้องหลังของขวดใบนี้ เมื่อได้รับการเชิดชูในฝรั่งเศสแล้ว ย่อมเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทรงคุณค่าและคู่ควรแก่การนำมาเล่าขานในกรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน
This article is intended solely to explore the blending craftsmanship and cultural heritage of Kishu Honjo Umeyoshi and its umeshu “ICHI”, and does not aim to promote or encourage the consumption of alcohol. / บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะการผสมผสานและมรดกทางวัฒนธรรมของ Kishu Honjo Umeyoshi และอุเมชู “ICHI” เท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อส่งเสริมหรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โปรดดื่มอย่างรับผิดชอบ
Discover the culture behind every bottle
We share brewery stories, tasting notes and the craft of koji & fermentation — for educational and cultural purposes only.
เราถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิต บันทึกรสชาติ และศาสตร์แห่งโคจิและการหมัก — เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมเท่านั้น
Follow on Instagram FacebookRelated Articles
“Rise of Shochu Liqueurs” / “Close up to TWSC 2024” / “The Duality of Minabe” / “Returned, Not Added”