
ณ ใจกลางกรุงเกียวโต มีโรงกลั่นสาเกที่สืบทอดมากว่า 300 ปี — “Kagura” ของ Matsui Shuzo กับการคว้ารางวัล 6 ครั้งในงาน Sake-1 Grand Prix ณ ศาลเจ้ามัตสึโอะไทฉะ
“ให้ลิ้นของคุณเป็นผู้ตัดสิน” คือสโลแกนหลักของการแข่งขันที่ให้ผู้ชิมร่วมลงคะแนนเพื่อจัดอันดับสาเกจากโรงกลั่นทั่วประเทศ “Sake-1 Grand Prix” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ศาลเจ้ามัตสึโอะไทฉะ (Matsuo-taisha) ในเกียวโต ถือเป็นงานประกวดที่หาได้ยากในวงการสาเก เนื่องจากผลการตัดสินนั้นมาจากเสียงตอบรับของผู้บริโภคโดยตรง ในการแข่งขันครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2026 สาเกที่คว้าอันดับ 3 ไปครองก็คือ “Kagura” (神蔵) จากโรงกลั่น Matsui Shuzo แห่งกรุงเกียวโต
สิ่งที่น่าทึ่งคือความต่อเนื่องของการได้รับการยอมรับ โรงกลั่นแห่งนี้คว้าอันดับ 2 ในการประกวดครั้งที่ 3 รางวัลชนะเลิศ (Grand Prix) ในครั้งที่ 4 อันดับ 2 ในครั้งที่ 6 อันดับ 2 ในครั้งที่ 7 รางวัลชนะเลิศอีกครั้งในครั้งที่ 8 และล่าสุดคืออันดับ 3 ในครั้งที่ 9 รวมแล้วสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 6 ครั้ง โดยเป็นตำแหน่งชนะเลิศถึง 2 ครั้ง การที่คะแนนโหวตทีละคะแนนถูกส่งต่อให้กับสาเกแบรนด์เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก
ใจกลางเกียวโต โรงกลั่นสาเกที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1726
Matsui Shuzo เป็นโรงกลั่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1726 (ปีเคียวโฮที่ 11) ณ ย่านโยชิดะ (Yoshida) กรุงเกียวโต นับจากวันก่อตั้งจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลาเกือบ 300 ปีแล้ว โรงกลั่นแห่งนี้ยืนหยัดผลิตสาเกอยู่ใจกลางเมืองมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นหนึ่งในโรงกลั่นสาเกแบบ “คนเมือง” (Urban brewery) ไม่กี่แห่งที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
ภายในโรงกลั่นยังมีพื้นที่สำหรับชิมสาเกในชื่อ “Kuraud” (蔵人) ซึ่งเปิดให้บริการเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 18.00 น. เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสโลกของการกลั่นสาเกได้โดยตรง อาจกล่าวได้ว่านี่คือโรงกลั่นที่ค่อย ๆ ลบล้างความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า “โรงกลั่นสาเกต้องตั้งอยู่ตามหุบเขาหรือชานเมือง” ลงอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางใจกลางกรุงเกียวโต
“Kagura” สัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่
“Kagura” (神蔵) คือแบรนด์เรือธงที่ Matsui Shuzo นำเสนอสู่ผู้ดื่มในยุคปัจจุบัน
หัวใจสำคัญของการออกแบบสาเกแบรนด์นี้มี 2 ประการ อย่างแรกคือการเป็น “Muroka Nama Genshu” (無濾過生原酒) หรือสาเกที่ไม่ผ่านการให้ความร้อน (Pasteurization) ไม่ผ่านการกรองด้วยถ่านกัมมันต์ และไม่เติมน้ำเจือจาง เป็นวิธีการบรรจุขวดที่คงสภาพไว้ให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้ผลิตมากที่สุด อีกประการหนึ่งคือ “การบ่มที่อุณหภูมิต่ำใกล้จุดเยือกแข็ง” (氷温熟成) ซึ่งเป็นการบ่มอย่างช้า ๆ ในระดับอุณหภูมิราว 0°C เพื่อดึงเอารสสัมผัสที่นุ่มนวลและกลมกล่อมออกมา โดยยังคงรักษารูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของสาเกต้นตำรับ (Genshu) เอาไว้
ปกติแล้วสาเกประเภท Muroka Nama Genshu นั้นดูแลรักษายาก และต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างสูงในขั้นตอนการจัดจำหน่าย แต่เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรสชาติที่ใกล้เคียงกับ “สาเกแก้วแรกจากขวดที่เพิ่งเปิดในโรงกลั่น” มากที่สุด ทาง Matsui Shuzo จึงเลือกใช้ระบบขนส่งแบบควบคุมความเย็น (Cold Chain) เพื่อรักษาอุณหภูมิให้ต่ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ความพิถีพิถันในการออกแบบกระบวนการทั้งหมดนี้เองที่เป็นรากฐานค้ำจุนเอกลักษณ์ของ Kagura
สู่โต๊ะอาหารในกรุงเทพฯ
Bacchus Global จะเริ่มจัดจำหน่ายสาเกซีรีส์ “Kagura” จาก Matsui Shuzo ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 เป็นต้นไป วันที่สัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่จากโรงกลั่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 300 ปีใจกลางเกียวโต จะมาปรากฏอยู่บนเคาน์เตอร์ของร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านอาหารระดับหรูในกรุงเทพฯ นั้นใกล้เข้ามาทุกที
การคว้า 6 รางวัลจากงาน Sake-1 Grand Prix ซึ่งรวมถึงตำแหน่งชนะเลิศถึง 2 สมัย คือสิ่งที่บ่งบอกอย่างเงียบ ๆ ว่าการยอมรับที่แบรนด์นี้ได้รับนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่ตั้งอยู่บนรากฐานของความสม่ำเสมอทั้งในด้านการออกแบบและกระบวนการผลิต สาเกที่ก่อร่างสร้างตัวจากเส้นทางอันยาวนานตั้งแต่ปี 1726 และยังคงถูกกลั่นอย่างพิถีพิถันผ่านการควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการบ่มอยู่ใจกลางกรุงเกียวโตในวันนี้ จะนำเสนอเรื่องราว “ปัจจุบันของเกียวโต” บนโต๊ะอาหารในกรุงเทพฯ ออกมาในรูปแบบใด ถือเป็นสิ่งที่น่าเฝ้ารออย่างยิ่ง
This article is intended solely to explore the brewing philosophy and cultural heritage of Matsui Shuzo and its Kagura brand, as reflected in the Matsuo-Taisha Shrine Sake-1 Grand Prix results, and is not intended to promote or encourage the consumption of alcohol. / บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับปรัชญาการผลิตและมรดกทางวัฒนธรรมของ Matsui Shuzo และแบรนด์ Kagura ที่สะท้อนในผลการประกวด Matsuo-Taisha Shrine Sake-1 Grand Prix เท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อส่งเสริมหรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โปรดดื่มอย่างรับผิดชอบ
Discover the culture behind every bottle
We share brewery stories, tasting notes and the craft of koji & fermentation — for educational and cultural purposes only.
เราถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิต บันทึกรสชาติ และศาสตร์แห่งโคจิและการหมัก — เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมเท่านั้น
Follow on Instagram FacebookRelated Articles
“An Elixir Born from Oze’s Pristine Snowmelt” / “Mastering the Art of 33%” / “SAKE HUNDRED, What Sets SAKE HUNDRED Apart from Ordinary Sake” / “Secrets of Haneya : How Haneya Brewery is Redefining Premium Sake Craftsmanship” / “Striking Water, Reviving a Brewery”