Bacchus
LINE

Blog

ไม่ได้สร้างโดยลำพัง แต่เรียนรู้ร่วมกัน: ทีมเบื้องหลัง AKABU ของ Akabu Shuzo

KANPAI Makers’ Choices No.13 — งานผลิตสาเกที่ทีม Akabu Shuzo เรียนรู้และสืบทอดร่วมกัน

KANPAI Makers’ Choices No.13

ในโรงสาเกที่แทบไม่มีผู้มีประสบการณ์ในการผลิตสาเก ใครจะเป็นผู้สนับสนุนโทจิ หัวหน้าผู้ควบคุมการผลิตสาเก

ปี 2013 โรงสาเกแห่งใหม่ของ Akabu Shuzo สร้างเสร็จที่เมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ นับเป็นเวลาสองปีหลังจากโรงสาเกเดิมในเมืองโอสึจิถูกคลื่นสึนามิจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ทำลายจนหมดสิ้น

อาคารเป็นของใหม่ แต่ระบบการผลิตสาเกไม่ได้กลับคืนสู่สภาพเดิม ก่อนเกิดภัยพิบัติ Akabu Shuzo เชิญ Nanbu Toji จากภายนอกมาดูแลการผลิต ต่อมาโรงสาเกกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่พนักงานรับผิดชอบการผลิตเอง แต่เกิดภัยพิบัติขึ้นเสียก่อน เมื่อโรงสาเกแห่งใหม่เปิดทำการ จึงยังไม่มีทีมผลิตที่สั่งสมประสบการณ์พร้อมอยู่แล้ว

ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่โทจิคือ Ryunosuke Furudate ทายาทรุ่นที่หกซึ่งกลับมาร่วมกิจการครอบครัวหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ในปี 2014 Furudate และสมาชิกโรงสาเกรุ่นเยาว์ได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ชื่อ AKABU

เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการฟื้นคืนแบรนด์เดิม แต่คือการสร้างแบรนด์ใหม่ โดยให้คนรุ่นใหม่ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากเรียนรู้ไปด้วยกัน No.13 จึงไม่ได้พิจารณาเพียงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ หากมองไปที่การตัดสินใจเปลี่ยนจากการผลิตที่พึ่งพาประสบการณ์ของคนเพียงคนเดียว ไปสู่การผลิตที่ทั้งทีมรับผิดชอบร่วมกัน

ในช่วงแรก โทจิแทบต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง

เมื่อเริ่มผลิตสาเกในโรงแห่งใหม่ คนรอบตัว Furudate คือพนักงานรุ่นเยาว์ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการผลิต ในการให้สัมภาษณ์ภายหลัง เขาเล่าว่าในเวลานั้นคิดว่าตนเองต้องเป็นผู้ลงมือ และรับผิดชอบงานผลิตส่วนใหญ่แทบเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม การผลิตสาเกไม่อาจจบลงได้ด้วยคนเพียงคนเดียว ตั้งแต่ล้างและนึ่งข้าว ทำโคจิ ควบคุมโมโรมิซึ่งกำลังหมัก ไปจนถึงแยกสาเกออกจากกากสาเก ทุกขั้นตอนต่อเนื่องถึงกัน และงานแต่ละส่วนล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจในขั้นถัดไป

Furudate จึงเริ่มตระหนักว่าการผลิตสาเกไม่อาจดำเนินไปได้ด้วยคนเพียงคนเดียว แทนที่ผู้มีประสบการณ์คนหนึ่งจะรับภาระทุกอย่าง สมาชิกทุกคนค่อย ๆ เรียนรู้งานทีละส่วน สิ่งที่ค้ำจุน AKABU จึงไม่ใช่เพียงทักษะเฉพาะตัวของโทจิหนุ่ม แต่ยังเป็นกระบวนการที่ผู้ไม่มีประสบการณ์เติบโตขึ้นเป็นทีมผลิตเดียวกัน

สร้างโรงสาเกที่ผู้ไม่มีประสบการณ์ก็ทำงานได้

การผลิตเป็นทีมต้องอาศัยมากกว่าการถ่ายทอดความรู้ พื้นที่ทำงานและอุปกรณ์ต้องได้รับการจัดวางให้ผู้มีประสบการณ์น้อยสามารถทำงานได้ด้วย

ในการให้สัมภาษณ์เดียวกัน Furudate อธิบายว่าโรงสาเกใหม่ได้รับการออกแบบให้กระชับ ลดส่วนเกิน และเอื้อต่อการเคลื่อนไหวของผู้ไม่มีประสบการณ์ จุดประสงค์ไม่ใช่การลดทอนเทคนิคดั้งเดิมให้เป็นงานง่าย ๆ แต่คือการสร้างพื้นฐานให้สมาชิกหลายคนเข้าใจและแบ่งปันลำดับการทำงานเดียวกัน แทนที่ความเข้าใจทั้งหมดจะอยู่กับคนเพียงคนเดียว

เว็บไซต์ทางการระบุว่า คนรุ่นใหม่ซึ่งรวมตัวกันรอบโทจิหนุ่มผลิตสาเกภายใต้แนวคิดร่วมกันว่า “สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ของ Akabu Shuzo” พร้อมทำความเข้าใจการผลิตสาเกที่สอดคล้องกับยุคสมัย ความใหม่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรสชาติหรือฉลากเท่านั้น แต่ยังปรากฏในวิธีทำงานของโรงสาเก ว่าใครเป็นผู้รับช่วงเทคนิคและรับช่วงอย่างไร

AKABU สามรายการ ภายใต้ทีมเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึงในบทความนี้มีสามรายการ ได้แก่ AKABU Junmai, AKABU Junmai-Ginjo และ AKABU Junmai-Daiginjo ทั้งสามใช้ข้าวสาเก Ginginga จากจังหวัดอิวาเตะ โดยมีอัตราการขัดสีข้าว 60%, 50% และ 40% ตามลำดับ

อัตราการขัดสีข้าวหมายถึงสัดส่วนโดยน้ำหนักของข้าวขาวที่เหลืออยู่หลังขัดสี เมื่อเทียบกับข้าวกล้องก่อนขัด ตัวเลขยิ่งต่ำ ยิ่งหมายถึงมีการขัดส่วนชั้นนอกของเมล็ดข้าวออกมากขึ้น

ขนาดของตัวเลขทั้งสามไม่ได้บอกระดับความชำนาญของผู้รับผิดชอบหรือบอกลำดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ประเด็นสำคัญคือทีมเดียวกันในโรงสาเกเป็นผู้ผลิตสาเกที่มีการออกแบบต่างกัน ทั้ง Junmai, Junmai Ginjo และ Junmai Daiginjo การดูแลสาเกทั้งสามรุ่นด้วยทีมเดียวกันหมายความว่า สมาชิกหลายคนต้องเข้าใจทั้งวิธีจัดการข้าวและการควบคุมการหมักที่แตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุว่าใครรับผิดชอบแต่ละขั้นตอน หรือมีวิธีถ่ายทอดเทคนิคกันอย่างไร อย่างไรก็ดี แนวทางที่ให้สมาชิกโรงสาเกรุ่นเยาว์เรียนรู้ร่วมกันไม่ได้ค้ำจุนเพียงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง แต่ค้ำจุนแบรนด์ AKABU โดยรวม

AKABU และหมวกเกราะสีแดงถือกำเนิดขึ้นในฐานะสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ในทันที

ฉลาก AKABU แสดงภาพนักรบสวมหมวกเกราะซามูไรสีแดง พร้อมชื่อ “AKABU” ในอักษรโรมันขนาดใหญ่ Furudate อธิบายว่าภาพนี้วาดโดยพนักงานของโรงสาเก และได้รับการออกแบบให้ผู้ที่อ่านอักษรคันจิไม่ได้ก็สามารถจดจำชื่อและภาพสัญลักษณ์ได้ในทันที

ฉลากนี้แยกออกจากงานของทีมรุ่นเยาว์ไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้คิดเพียงว่าจะสร้างแบรนด์ใหม่อย่างไร แต่ยังคิดด้วยว่าจะทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์นั้นอย่างไร แทนที่จะนำป้ายชื่อเดิมกลับมาไว้ในโรงแห่งใหม่ ทีมได้สร้างสาเก ชื่อ และภาพสัญลักษณ์ขึ้นพร้อมกัน ผลลัพธ์คือหมวกเกราะสีแดงที่ปรากฏร่วมกันบนผลิตภัณฑ์ทั้งสาม

No.13: เลือกสืบทอดงานผ่านทีม แทนการแบกรับไว้คนเดียว

KANPAI Makers’ Choices พิจารณาว่าผู้ผลิตเลือกอะไรและไม่เลือกอะไร โดยอ่านจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการที่มีการเปิดเผย

จะขัดสีข้าวมากเพียงใด จะคัดแยกส่วนใดในขั้นตอนการบีบ ส่วนใดของวัตถุดิบจะไม่นำเข้าสู่การหมัก จะเติมชาเมื่อใดและกลั่นอย่างไร จะใช้ถ่านกัมมันต์เพื่อปรับองค์ประกอบหรือเติมน้ำหรือไม่ ตลอดจนจะเลือกสุราฐาน ภาชนะบ่ม เงื่อนไขการแช่พืช และพันธมิตรด้านการผลิตอย่างไร สิ่งที่ทั้งสิบสองตอนก่อนหน้าได้พิจารณาไม่ใช่เพียงลักษณะของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แต่คือการตัดสินใจก่อนจะไปถึงจุดนั้น

ในตอนสุดท้าย No.13 สิ่งที่ Akabu Shuzo แสดงให้เห็นคือการเลือกไม่ทำให้การผลิตสาเกขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคนเพียงคนเดียว คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ค่อย ๆ เรียนรู้งานทีละส่วน และเติบโตเป็นทีมที่ร่วมกันดูแลแบรนด์เดียวกัน ประวัติศาสตร์บทใหม่ของ AKABU ไม่ได้เริ่มต้นในฐานะเรื่องราวของโทจิหนุ่มเพียงคนเดียว แต่เริ่มจากการสร้างองค์กรที่สามารถแบ่งปันและสืบทอดงานผลิตสาเกร่วมกัน


This article is intended solely to provide factual and cultural information about Akabu Shuzo, the AKABU brand, and its approach to team-based sake brewing. It does not aim to promote or encourage the purchase or consumption of alcohol. It is intended for readers aged 20 and over.

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงและวัฒนธรรมเกี่ยวกับ Akabu Shuzo แบรนด์ AKABU และแนวทางการผลิตสาเกโดยอาศัยการทำงานเป็นทีมเท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อส่งเสริมการซื้อหรือการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บทความนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้อ่านอายุ 20 ปีขึ้นไป

AKABU Junmai / AKABU Junmai-Ginjo / AKABU Junmai-Daiginjo

KANPAI THAILAND 2026: บทความทั้งหมด / Forging a New Legacy / สาเกที่ถูกเลือกด้วย ‘ใครคือผู้ผลิต’

Discover the culture behind every bottle

We share brewery stories, tasting notes and the craft of koji & fermentation — for educational and cultural purposes only.

เราถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิต บันทึกรสชาติ และศาสตร์แห่งโคจิและการหมัก — เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมเท่านั้น

Follow on Instagram Facebook