Bacchus Global
LINE

Blog

การก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยขั้นสุด” ของไทย กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดสุราพรีเมียมในกรุงเทพฯ อย่างเงียบๆ

การก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยขั้นสุด" ของไทย กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดสุราพรีเมียมในกรุงเทพฯ อย่างเงียบๆ

การก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยขั้นสุด” ของไทย กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดสุราพรีเมียมในกรุงเทพฯ อย่างเงียบๆ

ประเทศที่ประชากร 1 ใน 5 คนมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ปี 2026 ไทยได้ก้าวข้ามจุดเปลี่ยนทางประชากรศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปพุ่งเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด บรรลุระดับที่นานาชาติจัดให้อยู่ในประเภท “สังคมสูงวัยขั้นสุด (super-aged society)”

เมื่อได้ยินตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียว อาจรู้สึกว่าไทยกำลังก้าวเข้าสู่กลุ่ม “ประเทศชั้นนำด้านสังคมสูงวัย” เช่นเดียวกับญี่ปุ่นหรืออิตาลี อย่างไรก็ตาม การสูงวัยของไทยมีความเร็วที่เป็นลักษณะเฉพาะของประเทศในกลุ่ม ASEAN ญี่ปุ่นใช้เวลาราว 36 ปีในการเปลี่ยนผ่านจาก “สังคมสูงวัย” ไปสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในขณะที่ไทยใช้เวลาเพียงกว่า 20 ปีเท่านั้นในการเดินทางเส้นทางเดียวกัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “未富先老” หรือ “แก่ก่อนรวย” ซึ่งหมายถึงโครงสร้างประชากรที่แก่ชราลงก่อนที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเข้าสู่วุฒิภาวะ

ทว่าไทยเริ่มมองการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่วิกฤต แต่ยังเป็นโอกาสด้วยเช่นกัน

“Silver Economy” มูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท

จากการวิเคราะห์ของ Deloitte Southeast Asia คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) ของไทยจะเติบโตสู่มูลค่า 3.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2576 โดยในปี 2566 ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในไทยอยู่ที่ 2.18 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายภาครัฐประมาณ 6.6 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 1.52 ล้านล้านบาท คือมูลค่าที่ผู้สูงอายุจ่ายซื้อสินค้าและบริการจากภาคเอกชนด้วยตนเอง

สิ่งที่น่าสนใจคือโครงสร้างของ 1.52 ล้านล้านบาทนี้ — อาหาร ที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว การเงิน เทคโนโลยี และบริการดูแล ผู้สูงอายุไม่ได้ประหยัดเงิน แต่กำลังใช้จ่าย และยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้จ่ายในรูปแบบที่แตกต่างจากคนรุ่นใหม่ พฤติกรรมการซื้อที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ประสบการณ์มากกว่าราคา และความน่าเชื่อถือพร้อมเรื่องราวมากกว่าความใหม่ของแบรนด์ ได้รับการรายงานอย่างสอดคล้องกันจากการวิจัยตลาดหลายชิ้น

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับอะไร

จากการคาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมของ Krungsri Research (ฝ่ายวิจัยของธนาคารกรุงศรีอยุธยา) ตลาดบริการอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีแนวโน้มเติบโตในอัตราร้อยละ 4.0–5.0 ต่อปีในช่วงปี 2567–2569 โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะแตะระดับ 2,750 ล้านล้านบาท ถึง 3,000 ล้านล้านบาทในปี 2569

แรงขับเคลื่อนของการเติบโตนี้ไม่ได้มาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคสูงอายุในประเทศกำลังผลักดันทั้งความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้านและมูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้งให้สูงขึ้น การที่ร้านอาหารระดับหรูและแผนก F&B ของโรงแรมในกรุงเทพฯ มีลูกค้าประจำอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นเรื่องที่ได้ยินกันทั่วไปในแวดวงอุตสาหกรรมแล้ว

นี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดสุรา

รูปแบบการดื่มของกลุ่มผู้สูงอายุโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง “จากปริมาณสู่คุณภาพ” ความถี่และปริมาณการดื่มโดยรวมลดลงเนื่องจากความใส่ใจต่อสุขภาพ ในขณะที่ราคาต่อหน่วยของเครื่องดื่มที่เลือกในแต่ละครั้งมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการสำรวจ APAC ของ NielsenIQ พบว่าผู้บริโภค APAC ร้อยละ 30 ระบุว่าดื่มน้อยลงกว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน อย่างไรก็ตาม การลดลงของปริมาณการดื่มดังกล่าวในหลายกรณีไม่ได้หมายความว่า “ไม่ดื่มอีกต่อไป” แต่หมายถึง “เลือกดื่มอย่างมีสติมากขึ้น”

สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทบริโภคจำนวนมาก อย่างเบียร์หรือไฮบอลที่ใช้สปิริตเป็นฐาน ไปสู่เครื่องดื่มประเภทที่ดื่มในปริมาณน้อยเพื่อลิ้มรส สาเกญี่ปุ่น ไวน์ พรีเมียมวิสกี้ และโชจูที่ดื่มคู่กับอาหาร กำลังกลายเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติบนโต๊ะอาหารของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง

จุดตัดระหว่าง “Wellness” และ “การหมัก”

สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เมื่อพูดถึง Silver Economy ของไทย คือการหลอมรวมกับอุตสาหกรรม Wellness

ไทยเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์” มาโดยตลอด แต่ ณ ปี 2026 บทบาทดังกล่าวได้วิวัฒน์สู่การเป็น “ศูนย์กลางระดับโลกด้าน Premium Elder Care” ภายใต้แนวคิด “Medical & Wellness Valley” ของภาครัฐ โปรแกรมด้านการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ รีสอร์ตเวลเนส และโปรแกรมส่งเสริมอายุยืนได้ทยอยเปิดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในกระแสนี้ “สุขภาพลำไส้ (gut health)” ได้กลายเป็นคำสำคัญที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรม F&B รายงานเทรนด์ปี 2026 ของสมาคมร้านอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่าเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลและ psychobiotics (อาหารที่ส่งเสริมสุขภาพจิตผ่านแบคทีเรียในลำไส้) ติดอันดับเทรนด์ชั้นนำ อาหารหมักและวัตถุดิบหมัก ได้แก่ มิโซะ โคจิ และอะมาซาเกะ ได้ก้าวพ้นกรอบ “อาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่น” และได้รับการยอมรับในฐานะวัตถุดิบเพื่อสุขภาพระดับโลก

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูงในกรุงเทพฯ ทัศนคติการบริโภคแบบ “สิ่งที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติอร่อย และในปริมาณน้อย” มีความสอดคล้องอย่างน่าทึ่งกับคุณค่า본질ของวัฒนธรรมการหมักของญี่ปุ่น สุรา (日本酒, 焼酎, 泡盛) ที่กำเนิดจากโคจิเป็นสินค้าที่สามารถผนวกกระบวนการหมักเข้ากับบริบทของวัฒนธรรมสุขภาพได้อย่างลงตัว

นัยสำคัญต่อตลาดสุราพรีเมียมในกรุงเทพฯ

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้มีนัยเชิงปฏิบัติหลายประการสำหรับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสุราในกรุงเทพฯ

**ประการแรก คุณค่าของ “การให้ความรู้” จะเพิ่มสูงขึ้น** กลุ่มผู้มีฐานะสูงอายุมักไม่ซื้อแบรนด์ใหม่ตามอารมณ์ชั่ววูบ แต่จะเลือกโดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวเบื้องหลังและกรรมวิธีการผลิต “คอนเทนต์เชิงการศึกษา” ไม่ว่าจะเป็นงาน tasting event การเล่าเรื่องราวของโรงสาเก (蔵元) หรือการอธิบายกรรมวิธีการผลิต จึงทำหน้าที่เป็นจุดสัมผัสที่เชื่อมโยงกับการตัดสินใจซื้อได้โดยตรง

**ประการที่สอง การออกแบบเมนูแบบ “ปริมาณน้อย ราคาสูง” เป็นสิ่งจำเป็น** สาเกที่เสิร์ฟในถ้วย ochoko ขนาด 45 มล. หรือ tasting flight (ชุดชิมเปรียบเทียบ) แบบ 30 มล. ต่อแก้ว ถือเป็นรูปแบบที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่ “ต้องการจำกัดปริมาณแต่ไม่ยอมลดมาตรฐานด้านคุณภาพ”

**ประการที่สาม “ประสบการณ์” คือปัจจัยสร้างความแตกต่าง** ผู้สูงอายุจำนวนมากมีเวลาว่างในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเซสชันชิมสาเกนานหนึ่งชั่วโมง งานสนทนากับเจ้าของโรงกลั่น หรือเวิร์กช็อปสัมผัสกระบวนการหมัก ประสบการณ์ที่ต้องอาศัยเวลาเช่นนี้ถือเป็นข้อเสนอที่กลุ่มผู้สูงวัยให้การตอบรับเป็นอย่างดี

ไม่ใช่ “ตลาดที่กำลังแก่ชรา” แต่คือ “ตลาดที่กำลังบ่มเพาะ”

การเปลี่ยนผ่านของไทยสู่สังคมสูงอายุขั้นสมบูรณ์ไม่ใช่สัญญาณของการหดตัวสำหรับอุตสาหกรรมสุรา หากแต่เป็นแรงขับเชิงโครงสร้างที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในการบริโภค——จากปริมาณสู่คุณภาพ จากราคาสู่ประสบการณ์ และจากความใหม่ของแบรนด์สู่บริบทและความไว้วางใจ

ในโลกของสาเกญี่ปุ่นมีแนวคิดที่เรียกว่า “การบ่ม” เมื่อเวลาผ่านไป ความสดใสและความคมชัดแบบสาเกใหม่จะจางหายไป แต่แทนที่ด้วยความซับซ้อน ความนุ่มนวล และความลึก

ตลาดของไทยก็อยู่ในกระบวนการบ่มเช่นกัน มุมมองที่ใช้อ่านการเปลี่ยนแปลงนี้ควรจะเป็นเข็มทิศในการวางแผนธุรกิจสำหรับทศวรรษข้างหน้า สำหรับผู้ประกอบการทุกรายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสุราในกรุงเทพฯ


This article is intended solely to explore the demographic transition and structural shift of the premium everage market in Thailand, and does not aim to promote or encourage the consumption of alcohol. / บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และการปรับโครงสร้างของตลาดเครื่องดื่มพรีเมียมในประเทศไทย เท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อส่งเสริมหรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โปรดดื่มอย่างรับผิดชอบ

Discover the culture behind every bottle

We share brewery stories, tasting notes and the craft of koji & fermentation — for educational and cultural purposes only.

เราถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิต บันทึกรสชาติ และศาสตร์แห่งโคจิและการหมัก — เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมเท่านั้น

Follow on Instagram Facebook

“A Shift in Gaze” / “Thailand’s 2026 Alcohol Regulations” / “The Shift in Perspective”

Discover the culture behind every bottle

We share brewery stories, tasting notes and the craft of koji & fermentation — for educational and cultural purposes only.

เราถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้ผลิต บันทึกรสชาติ และศาสตร์แห่งโคจิและการหมัก — เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมเท่านั้น

EVENT INFORMATION Queen Sirikit National Convention Center
Bangkok Nippon Haku 2026
Event information